You are currently viewing ไม่จำเป็นต้องสองมิติ สามมิติสร้างโลก

ไม่จำเป็นต้องสองมิติ สามมิติสร้างโลก

  • Post author:
  • Post category:Blogging

สำหรับเทคโนโลยีการพิมพ์หรือการปริ๊นท์ข้อมูลไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของตัวอักษรหรือรูปภาพออกมาจากคอมพิวเตอร์นั้น ที่ผ่านมาจะเป็นเพียงการปริ๊นท์ลงบนกระดาษธรรมดาโดยจะมีเทคนิคการพิมพ์แบ่งออกเป็นสองแบบใหญ่ๆนั่นก็คือ การพิมพ์ลงไปโดยใช้เลเซอร์ กับการพิมพ์แบบอิงค์เจ็ตคือเป็นการพ่นน้ำหมึกลงไปบนกระดาษ  แต่ในปัจจุบันนั้นการพิมพ์ ไม่จำเป็นต้องสองมิติ เสมอไป  ในขณะนี้เราสามารถพิมพ์สิ่งที่เราสร้างขึ้นในคอมพิวเตอร์ให้ออกมาเป็นโครงสร้างจำลองแบบสามมิติได้แล้ว เรียกได้ว่ามีประโยชน์มากเนื่องจากสามารถทำให้เราเห็นมิติของสิ่งๆนั้นซึ่งดีในแง่ของการใช้งานเป็นอย่างมาก ในการทำตัวอย่างงานขึ้นมาให้เป็นรูปธรรมที่สามารถจับต้องได้นอกจากจะเป็นการเห็นภาพที่เป็นรูปธรรมชัดเจนแล้ว ยังสามารถมองเห็นจุดด้อยหรือสิ่งที่ควรปรับปรุงแก้ไขได้จากลักษณะโครงสร้างสามมิตินั้น ส่วนเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิตินั้นมีวิวัฒนาการมาอย่างไรเรามาติดตามไปพร้อมๆกันเลยค่ะ

ไม่จำเป็นต้องสองมิติ เครื่องพิมพ์สามมิติได้เกิดขึ้นแล้ว

เทคโนโลยีการคิดค้นเครื่องพิมพ์แบบสามมิตินั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่มีประวัติการพัฒนาเทคโนโลยีนี้มาตั้งแต่ประมาณ30 ปีที่แล้ว  ในอดีตนั้นรูปแบบของการจัดทำยังไม่สามารถจัดทำชิ้นงานให้มีความละเอียดและมีรูปแบบตรงตามที่ออกแบบในคอมพิวเตอร์ได้แบบ 100%  ต่อมาในปัจจุบันมีการคิดค้นพัฒนาให้การออกแบบนั้นมีความละเอียดซับซ้อนและมีขนาดที่เล็กลงได้มากขึ้นเรื่อยๆ  การคิดค้นเครื่องพิมพ์ในรูปแบบสามมิตินั้นมีขึ้นครั้งแรก ในช่วงปลายของศตวรรษที่ 19   และถูกพัฒนาเทคนิควิธีการที่มีความซับซ้อนมากขึ้นและมีการพัฒนาต่อยอดสำหรับการใช้งานในหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นในการออกแบบวิศวกรรมหรือการวิจัยทางการแพทย์เป็นต้น ซึ่งจำเป็นจะต้องพัฒนาในหลากหลายประเภทเนื่องจากมีความสำคัญในเรื่องของการเลือกวัสดุที่นำมาขึ้นรูปสามมิติด้วย

เทคนิคการทำสามมิติด้วยวัสดุต่างๆ

การขึ้นรูปสามมิตินั้นมีการใช้วัสดุที่หลากหลายในการสร้างขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นการใช้แสงเลเซอร์ยิงไปบนเรซินเพื่อให้ขึ้นทรง หรือการใช้เลเซอร์เผาวัตถุดิบต่างๆด้วยความร้อนแล้วทำการพ่นวัตถุดิบที่หลอมละลายแล้วนี้ทีละชั้นจนกลายเป็นรูปร่างของชิ้นงานขึ้น นอกจากจะใชเลเซอร์แล้วยังมีการนำความร้อนจากแสงไฟแอลอีดีใช้ในการละลายวัตถุดิบเพื่อนำมาพ่นสร้างชิ้นงานในแต่ละชั้นได้ด้วยเช่นกัน  นอกจากนี้ยังมีวิธีการอีกหลายแบบแต่วิธีที่นิยมมากที่สุดก็คือการใช้เส้นพลาสติกหรือโลหะที่ทำมาเป็นเส้นเข้าเครื่องส่งไปยังหัวพ่น ซึ่งเครื่องพ่นนี้ก็จะทำการพ่นวัตถุดิบที่หลอมละลายนี้เพื่อขึ้นรูปและวัตถุดิบที่ถูกพ่นออกมาจะมีการแข็งตัวอย่างรวดเร็ว  ซึ่งจากรูปแบบการผลิตโมเดลสามมิติขึ้นมาจากวัตถุดิบและเทคนิคที่ต่างกันแต่ละอย่างก็มีการนำไปใช้งานต่อที่แตกต่างกันอีกด้วย โดยนอกจากจะเป็นการสร้างวัตถุดิบให้กลายเป็นโมเดลสามมิติแล้ว ยังสามารถพิมพ์ชิ้นงานที่สามารถนำไปใช้ได้จริง เช่นอะไหล่หรือชิ้นส่วนของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เครื่องประดับ หรือแม้แต่ชิ้นส่วนที่สามารถนำมาประกอบกลายเป็นเครื่องบินบังคับขนาดเล็กได้ ในอนาคตข้างหน้านั้นยังมีแนวโน้มที่จะมีการพัฒนาเครื่องพิมพ์แบบสามมิติให้มีสมรรถภาพมากกว่านี้อีกหลายเท่าตัว